วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2550

6 weekend Workshop for Community Faculty Development in Family Medicine In-service Training

การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการระยะสั้น 6 ครั้ง เพื่อเตรียมพี่เลี้ยงพื้นที่สำหรับการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว




กลับมาพบกันอีกครั้งสำหรับการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมให้อาจารย์เวชศาสตร์ครอบครัวครั้งที่ 3 ประจำปี 2550 – 2551 ภายใต้ชื่อ “6 weekend Workshop for Community Faculty Development in Family Medicine In-service Training” โดยครั้งนี้ได้ปรับการเรียนการสอนเป็น 6 สัปดาห์ และขยายการอบรมไปสู่บุคลากรสาธารณสุขอื่นด้วย เช่น พยาบาล นักวิชาการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของทีมเพื่อนำไปจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแพทย์ประจำบ้านสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวต่อไป

สำหรับสัปดาห์ที่ 1 เริ่มตั้งแต่วันที่ 15-16 ก.ย. 2550 เพื่อเป็นการประเมินความรู้ความเข้าใจ ศักยภาพของอาจารย์แต่ละท่าน แต่ละทีมงาน นำไปสู่การปรับระบบแนวคิดและความเข้าใจ แต่รายละเอียดวิธีการนำไปจัดหลักสูตรของการเรียนการสอนนั้น โดยแต่ละทีมจะเป็นผู้นำไปปรับใช้กับสถาบันการศึกษาของตนเองต่อไป

นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการอบรมยังจะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ที่เคยได้จัดการเรียนการสอนมา และร่วมกันระดมความคิดเพื่อแตกประเด็นไปสู่การมีเป้าหมายร่วมกันในการที่จะพัฒนาหลักสูตรแพทย์ประจำบ้านสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวขณะปฏิบัติงาน การดำเนินการประชุมสัปดาห์แรกนี้ จึงเป็นการระดมความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสนอความคิดเห็น และรับฟังการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อนำกลับไปปรับปรุงหลักสูตรที่ได้เตรียมไว้ ส่วนสัปดาห์ที่ 2 เริ่มวันที่ 13 – 14 ต.ค. 2550 สัปดาห์นี้เป็นการเข้าสู่เนื้อหาด้านเวชศาสตร์ครอบครัว โดยมี ผศ.พญ. สายพิณ หัตถีรัตน์ เป็นผู้ดำเนินการอบรม อภิปราย และทำกิจกรรมกลุ่ม และได้นพ.กิติพล นาควิโรจน์ มาช่วยสอนในหัวข้อ Communication Skills in practice วันแรกของสัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรม แนะนำตัวเอง และทำความรู้จักซึ่งกันและกัน บางท่านเคยทำงานร่วมกัน ในขณะที่บางท่านเพิ่งพบกันเป็นครั้งแรก การได้ทำความคุ้นเคยกัน เพื่อสร้างเครือข่าย


จากนั้น ผศ.พญ.สายพิณ หัตถีรัตน์ จึงเริ่มต้นเข้าสู่บทเรียน โดยการบรรยายสรุปเรื่อง “หลักการวิชาเวชศาสตร์ครอบครัว” ซึ่งบางท่านจะเคยเรียนและปฏิบัติกันมาแล้ว แต่หลายท่านก็ยังไม่แน่ใจในสิ่งที่ตนเองปฏิบัติอยู่ครั้งนี้ จึงถือเป็นการทำความเข้าใจหลักการว่าด้วยวิชาเวชศาสตร์ครอบครัว การดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม การดูแลแบบผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง และการทำงานร่วมกันแบบหสาขาวิชาชีพ ระหว่างการบรรยาย วิทยากรเปิดโอกาสให้ซักถามและตอบคำถามอย่างผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความสามารถทางด้านเวชศาสตร์ครอบครัวอย่างแท้จริง จากนั้นต่อด้วยหัวข้อ “Patient-centered medicine” (การวิเคราะห์ผู้ป่วยแบบ Patient-centered medicine ) หลังการบรรยายจบ วิทยากรจัดกลุ่มให้ผู้เข้าอบรมทดลองวิเคราะห์ผู้ป่วยจากCase study ที่เตรียมไว้ โดยมีแบบฟอร์มในการวิเคราะห์ผู้ป่วยแบบ Patient-centered medicine


หลังจากรับประทานอาหารกลางวันกลับมา การอบรมเริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่อมาถึงหัวข้อ Communication skills in practice ซึ่งวิทยากร นพ.กิติพล นาควิโรจน์ ได้นำ Video Clip ตัวอย่างสองเรื่อง โดยการให้ผู้เข้าอบรมสังเกตความแตกต่างในประเด็นที่วิทยากรตั้งคำถาม คือ 1. ปฏิกิริยาระหว่างแพทย์ละผู้ป่วยที่เกิดขึ้น 2. วิธีการสื่อสารที่แพทย์ใช้พูดคุยกับผู้ป่วย และ 3. สิ่งที่ประทับใจและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาเพิ่มเติม จากนั้นก็ให้ผู้เข้าอบรมจัดกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตเห็นจากภาพยนตร์ นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายสรุปถึงเนื้อหาการสื่อสารกับผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ และการนำไปปฏิบัติจริงต่อไป

วันที่ 2 ช่วงเช้าเริ่มด้วยการสรุปหัวข้อในตารางของวันแรก จากนั้นก็เริ่มด้วยหัวข้อ “what human think & act on their health” ต่อด้วยหัวข้อ “Difficult patient” จบท้ายด้วยหัวข้อ “Applied psychotherapy in primary care ในช่วงระหว่างการบรรยาย วิทยากรยกตัวอย่างคนไข้ ซึ่งเป็นวิธีการสอนแบบใช้กรณีศึกษา (Case study) มีการซักถามจากผู้เข้ารับการอบรมเป็นระยะๆ รวมทั้งมีการทำแบบฝึกหัดในหัวข้อที่บรรยายจบลงก่อนที่จะขึ้นหัวข้อใหม่
ทั้งนี้ การอบรมดังกล่าวจะดำเนินต่อไปอีก 5 สัปดาห์ สำหรับสัปดาห์ถัดไป เดือน พย. 2550 – เดือน มีค. 2551 คณะทำงานจะขอเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดอบรมเพื่อความเหมาะสม จากเดิมเป็นห้องประชุมจำลองมุ่งการดี ชั้น 4 ตึกสมเด็จพระเทพฯ โรงพยาบาลขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น
พบกันใหม่ที่ขอนแก่น กับเนื้อหาสาระเก็บมาเล่า

จากการอบรมในครั้งนี้มีเสียงสะท้อนจากผู้เข้าอบรมที่อยากให้จัดที่ภายใต้โดยใช้โรงพยาบาลหาดใหญ่เป็นที่ฝึกอบรม คณะทำงานยินดีรับเป็นผู้ดำเนินการอบรม อภิปราย ท้ายนี้ขอประชาสัมพันธ์สำหรับ Node การเรียนรู้ภาคใต้ สัปดาห์แรกของการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการระยะสั้น 6 ครั้ง เพื่อเตรียมพี่เลี้ยงพื้นที่สำหรับการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว (“6 weekend Workshop for Community Faculty Development in Family Medicine In-service Training”)
เริ่มในเดือน พย.นี้ ใครสนใจติดต่อสอบถามได้ที่ พญ.หทัยทิพย์ ธรรมวิริยะกุล กลุ่มงานเวชกรรมสังคม รพ.หาดใหญ่ E-mail pooktunviriyakul@yahoo.co.uk
(ไหม)

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2550

ไปร่วม ประชุม Humanized Health Care ที่เสถียรธรรมสถาน

วันที่ 1-2 กันยายน 2550 สสส. สปสช. และ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ร่วมกันจัดประชุม เครือข่ายผู้ประสานงานเพื่อการให้บริการสุขภาพด้วยหัวใจ (Humanized Health Care)
ที่ เสถียรธรรมสถาน ผู้เข้าประชุม เป็น คนกันเอง มาจาก สสจ.พีซียู(สอ.) รพช. ที่ทำงานเกี่ยวกับงานปฐมภูมิ
โดยมี ดร.สง่า อินทะจักร เป็นผู้ประสานงาน
วันแรก


  • ตอนเช้า เข้าร่วมทำวัตรเช้า กับผู้ปฎิบัติธรรม (ประมาณ 130 คน) ฟังธรรมบรรยายออกอากาศสดๆ โดยมี คุณช่อพกา วิริยานนท์ เป็นพิธีกร

  • ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน แนะนำตัวเอง

  • คุณอรจิตต์ บำรุงสกุลสวัสดิ์ ผอ.กลุ่มงานสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคี สปสช. เล่าประสบการณ์ และชี้แจงแนวคิด "ศูนย์มิตรภาพบำบัด"
    บ่าย ให้แต่ละจังหวัด เล่าเรื่องดีๆ จากประสบการณ์การทำงานด้วยหัวใจของบุคลากรสาธารณสุขในพท. มีเรื่องน่าสนใจหลายเรื่อง หลายคนเป็นนักเล่าเรื่องที่สนุกสนาน เรียกเสียงเฮ และฮาได้ตลอดเวลา (เช่น พี่พนมจากจันทบุรี เป็นต้น)

  • ตอนเย็น ทำวัตรเย็น ฟังธรรมบรรยาย จาก แม่ชีศันสนีย์ ให้ดูวีดีโอ "การเผชิญความตายอย่างมีสติ" กรณีของ บัว (เรื่องนี้เคยฉายออกโทรทัศน์แล้ว) เป็นตัวอย่างของผู้ป่วยระยะสุดท้าย
    ที่สามารถเผชิญความตาย(ที่ไม่มีความเจ็บปวด)ได้อย่างมีสติ เห็นความแตกต่างของการมีสติ กับช่วงที่ไม่มีสติ ได้ชัดเจน ผ่านความเจ็บปวดที่แสดงออกทางสีหน้า ร่างกายผู้ป่วย

วันที่สอง ให้แต่ละจังหวัด นำเสนอแผนงาน และกำหนดเวลา 2 สัปดาห์ส่งให้ผู้ประสาน เพื่อรวบรวมเสนอของบประมาณจาก สปสช.ต่อไป และคาดว่า ปลายปีนี้ (เดือน พ.ย. หรือ ธ.ค.อาจมีการประชุมเครือข่ายฯอีกครั้ง) ประมาณ 11.00 น. คุณศันสนีย์ มอลเลอร์ เป็นวิทยากรพิเศษ บรรยาย เรื่อง อาสาสมัคร ..การทำความดี ฉายวิดิทัศน์ เรื่อง สึนามิ พร้อมบรรยาย แนะนำ โครงการ เยาวชน SOS (Seed of Spiritual: เมล็ดพันธ์แห่งปัญญา ) ทุกงานที่(ทีมงาน อาสาสมัคร)ทำเขาจะถอดรหัสทุกครั้ง ก็เหมือนเราที่ต้องมีการถอดบทเรียนหลังทำงาน และมีกิจกรรมให้ผู้เข้าประชุมร่วมกันทำ ... กินข้าวเที่ยงเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันกลับถิ่นฐานภูมิลำเนา

"คนที่มีตัวตนเล็ก จะทำงานใหญ่" คนที่มีตัวตน(อัตตา) น้อย จะทำงานที่ยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในคุณสมบัติ ของจิตอาสา

"ทุนของชีวิต คือจิตที่ไม่ขุ่นมัว" มีคำพูดดีๆ อีกมากมาย ลองเข้าไปชมได้ที่ http://www.sdsweb.org/

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2550

TQA






การอบรม TQA ในโครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิ ในจังหวัดนำร่อง ครั้งที่ 4 ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ที่โรงแรมหลุยส์ แทเวิร์น เมื่อวันที่ 6-8 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา มีผู้เข้ารับอบรม สองร้อยกว่าคน หนาแน่นเหมือนเดิม ครั้งที่ 4 นี้ อ.ศุภชัย ได้ทบทวน เนื้อหาที่ผ่านมา และเพิ่มเติม ความรู้เรื่อง การบริหารจัดการโครงการ การคิดเชิงระบบ(systematic thinking) โดยเน้นการทำ workshop เพื่อให้ทุก CUP สามารถเขียนแผนกลยุทธ์ได้ตรงประเด็น



ในช่วงเย็น ของวันแรก มีการเลี้ยงอาหารเย็น สังสรรค์ ร้องเพลง และฟังคำบรรยายที่สอดแทรกด้วยภาพยนต์หลายเรื่อง(จากคุณหมอพรเจริญ) ซึ่งมี ข้อคิด และคำพูดที่มีความหมาย ....น่าสนใจมากคะ (ทำให้รู้สึกว่า การดูภาพยนต์ก็มีสาระได้เหมือนกัน) คราวนี้ผู้จัด มีกิจกรรมสำหรับผู้รับการอบรมได้ผ่อนคลาย หลังจากสมองบวมจากการทำ workshop ทั้งวัน......ดึกๆ เขาสนุกสนานกันมาก เกิดดาวเด่น นักร้อง หางเครื่อง กันหลายคน (เรื่องนี้ให้ถาม ทีมจากสงขลาได้คะ)





วันสุดท้าย ผู้เข้ารับการอบรมได้ ร่วมแลกเปลี่ยน พูดคุย ประเด็น การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง การสร้างเครือข่ายเรียนรู้ การสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ระบบข้อมูลบริการปฐมภูมิ บริหารจัดการ CUP การดูแลกลุ่มประชากร

ส่วนพี่เลี้ยงก็มี Session ของการพูดคุย แลกเปลี่ยน ประเด็น บทบาท หน้าที่ กับ อ.ศุภชัย
คราวหน้า พบกันอีกครั้ง ช่วงเดือนพฤศจิกายน หวังว่า การบ้าน คงทำเสร็จกันทุก CUP นะคะ


วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

เครือข่ายแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว



เครือข่ายแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวได้ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมพัฒนาวิชาการและติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของระบบสาธารณสุขในภาพรวม โดยครั้งนี้จัดเป็นวาระพิเศษ หลังจากที่จัดวันเดียวต่อเนื่องกันมาทุก 3 เดือนตั้งแต่ต้นปี 2549 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการประชุม 2 วันเต็มที่ มีทั้งวิชาการและความบันเทิงจากพี่น้องในเครือข่ายเวชศาสตร์ครอบครัว คนเข้าร่วมประชุมครั้งนี้จำนวนประมาณ 70 คนซึ่งมากเป็นพิเศษเพราะมีแพทย์ที่ทำงานในCMUทั้งที่เป็นแพทย์เอกชนเดิม แพทย์เกษียณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานบริการปฐมภูมิมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แพทย์จากกลุ่มงานเวชกรรมสังคมก็ให้ความสนใจมาร่วมงานนี้เป็นพิเศษด้วย


วาระครั้งนี้ก็เป็นเช่นเคยที่จัดให้มีทั้งเรื่องสถานการณ์ระบบสาธารณสุขและอนาคตแพทย์FM จากมุมมองผู้นำเชิงนโยบาย วิชาการของFMที่เลือกประเด็นน่าสนใจมานำเสนอ ประสบการณ์ของแพทย์FMที่ทำงานในบริบทรพช.ที่อีสาน CMUที่ลำพูน และศูนย์แพทย์ชุมชนเขตเมืองในโคราชเพื่อให้เห็นอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของแพทย์FM งานวิจัยที่แพทย์FM ทำในพื้นที่ทำงานรวมทั้งเปิดเวทีการพัฒนาระบบบริการในเขตเมืองที่แพทย์FMในเวชกรรมสังคมจากเมืองตรัง อ.แม่สอด ตาก และเมืองพิษณุโลกมาให้สมาชิกเครือข่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองและเรียนรู้วิธีการพัฒนาระบบบริการ นอกจากนี้ เป็นเวทีให้แต่ละเครือข่ายFMในแต่ละภูมิภาค (5 แห่ง) ได้นำเสนอความก้าวหน้าในการพัฒนาเครือข่ายซึ่งน่าสนใจติดตามทั้งเชิงการพัฒนาเนื้อหาและการจัดการเครือข่าย

เวลา 2 วันที่ได้เรียนรู้ ต่างคนก็ได้ทั้งกำลังใจ ชัดเจนในความภาคภูมิใจฐานะแพทย์FM และได้เรียนรู้เนื้อหาวิชาการ ประสบการณ์ต่างๆในการพัฒนาเวชศาสตร์ครอบครัว/ ระบบบริการปฐมภูมิอย่างถ้วนหน้า พร้อมตั้งใจนัดหมายกันครั้งต่อไปอีก 6 เดือนข้างหน้าว่าจะพบกันใหม่ เวลาเดียวกัน เครือข่ายย่อยในแต่ละภูมิภาคก็เดินหน้าพัฒนางานและจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันต่อไป ทั้งนี้ สพช.ก็จะทำหน้าที่รวบรวม ประสาน และจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นเผยแพร่ผ่านwebsiteของสพช.ต่อไป..... โปรดติดตามความคืบหน้า

ประชาสัมพันธ์ สำหรับแพทย์FMที่ต้องการส่งรูปถ่ายที่สะท้อนการทำงาน บทความดีๆหรือประสบการณ์น่าสนใจในการทำงานด้านเวชศาสตร์ครอบครัว เพื่อเผยแพร่และให้คนอื่นได้เรียนรู้ส่งมาที่ wonnadara@yahoo.com หรือ tsnee@thaiichr.org

(โน่)


วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

CMU

13 รพ.ไร้ความแออัด



ยินดีต้อนรับสู่ Blog 13 รพ.ไร้ความแออัด



เชิญ สมาชิก 13 รพ.เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้การทำงานกันได้คะ


หลังจากที่ได้มีการ พูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่าง 13 รพ. และทีมนักวิชาการ ที่ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กทม.เมื่อวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2550 ที่ผ่านมา ยังมีข้อมูลข้อคิดเห็นที่ต้องการ พูดคุย เรื่อง การบริหารจัดการ การใช้ข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีผู้สนใจพูดคุยกันมาก เข้ามาพูดคุยเสนอแนะกันได้เลยคะ
ระหว่างนี้ แต่ละแห่งคงต้องกลับไป ปรับแผนงานให้สามารถผลิตผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้ ตอนสนองนโยบาย "บริการประทับใจ ไร้ความแออัด พัฒนาเครือข่าย" ภายในระยะเวลา 2 ปีที่เหลือ