วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552

ประชุมเชิงปฎิบัติการ Good Governance ที่เขาใหญ่ฟ้าใสรีสอร์ท ปากช่อง

กพร. สป. จัดประชุมเชิงปฎิบัติการ กลุ่มเป้าหมายคือ หน่วยงานใน สป. ซึ่ง สบพป.(สำนักบริหารการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ) ก็ได้รับหนังสือเชิญเข้าร่วมประชุมด้วย (..อาการงงๆ)



25 ก.พ.2552

  • นัดกันขึ้นรถบัส สองชั้น หน้าเสาธง (สูงสุดในประเทศไทย) 7 โมงครึ้ง แต่ล้อรถเคลื่อน แปดโมงกว่า (เวลาของคนไทย) เป้าหมาย(destination) คือ ปากช่อง เส้นทางไปปากช่องไปได้หลายทาง คนขับรถกลับเลือกขับรถออกหน้า รพ.ศรีธัญญา เข้าถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แล้วขึ้นทางด่วน (งงจริงๆ ผู้จัดไม่ได้เตี้ยม-พูดคุย กับคนขับก่อนหรือไร) เสียเวลาไปพอสมควร(จริงๆ) บนรถ มีผู้โดยสาร สามสิบกว่าคน ผู้จัด (พี่ไผ) ให้ทุกคน แนะนำตนเอง และพยายาม สันทนาการให้ทุกสนุกสนาน พี่ไผ เรียกกลุ่มที่ไปนี้ว่า กลุ่ม OG (organizational governance) เมื่อพูดว่า " OG พร้อมมั้ย " ให้ทุกคนตอบว่า " อึ้ยซ์.." เราก็บอกเขาว่าน่าจะตอบว่า "พร้อม..." มากกว่า เพราะ ออกเสียง "อึ้ยซ์.." เสียงไม่มีพลัง (ลองออกเสียงดูสิคะ ให้ความรู้สึกคึกคักหรือไม่) และไม่มีความหมาย ....
  • ประมาณ สิบโมง สมาชิก(ทัวร์) ไปแวะดูงานที่ PB valley ชมการผลิตไวน์ และเลือกซื้อสินค้ากัน (ไวน์ และ น้ำผลไม้ ขายดีคะ) จากนั้นก็ออกเดินทางไปที่ประชุมกัน ตอนนี้หละคะ ที่สนุก ผจญภัยกัน คนขับรถ ก็พาไปผิดทาง (อ้อม..อีกแล้ว)แถม ไปเจอ ฝายน้ำล้น ที่เป็นทางลาดชันมาก ไม่สามารถให้รถบัส (ใหญ่) ผ่านไปได้ แต่คนขับรถ ก็ยังพยายามไป ผลคือรถบัสติด ด้านหน้า -หัวรถติดพื้น ไม่สามารถผ่านทางลาดลงไปได้ ลูกทัวร์พากันลงจากรถ ไปลุ้นข้างล่างกัน พร้อมกับบ่น ว่า ฤกษ์ไม่ดีตั้งแต่ ออกรถแล้ว เกือบครึ้งชั่วโมง ส่วนหัวรถผ่านไปได้ ก็ติดท้ายรถอีก โอ้มายก้อด..(oh..my god) มองเห็นว่าอนาคตไม่ดี พวกเราก็โดดหนีขึ้นรถตู้ของผู้จัด ซะ ปล่อยให้คนขับรถช่วยเหลือตัวเอง โดยให้เหตุผลว่า พวกเราต้องไปฟัง lecture อาจารย์ปานจิต (ซึ่งในที่สุด คนขับรถก็เอาตัวรอดได้ โดยไม่มีพวกเราอยู่เป็นกำลังใจ หรือเป็นตัวกวน เขา..ก็ไม่รู้)
  • ถึงที่ประชุม บ่ายกว่าคะ รีบกินข้าวด้วยความเอร็ดอร่อย (หิวซะไม่มี) นำกระเป๋าไปเก็บที่ห้องพัก (สุวรรณา พักกับ พี่อรสา จากศูนย์สันติฯ อยู่ชั้น 3 อาคาร3 ) แล้วก็รีบไปฟัง บรรยาย จาก อาจารย์ ปานจิต จินดากุล ผอ.กลุ่มบริหารการเปลี่ยนเปลี่ยน สำนักงาน ก.พ.ร. (คุณหมอสุพรรณ เป็นประธานเปิดการประชุม และนั่งฟังบรรยาตลอดจนจบ ซึ่งคุณหมอ ก็ชมว่า อาจารย์ได้ตรงประเด็น ชัด และตรงใจ ) บรรยาย "ธรรมาภิบาล (Good Governance) และการนำธรรมาภิบาล สู่การปฎิบัติภายใต้ นโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี " และ "การจัดทำตัวชี้วัดและการประเมินผลนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี " เนื้อหา สนุก น่าสนใจ โดยเฉพาะ ตัวอย่างที่อาจารย์ยกมาเล่าให้ฟัง และเรื่องสนุกนอกเรื่อง แต่ให้แง่คิด ส่วนสไลด์ของอาจารย์ ทาง ผู้จัดจะwrite ใส่ CD แจกให้ภายหลังคะ

สรุปอย่างย่อ ธรรมาภิบาล มีหลัก 9 ข้อ คือ

  1. นิติธรรม
  2. มีส่วนร่วม
  3. ความโปร่งใส
  4. การตอบสนอง
  5. การมุ่งเน้นฉันทามติ
  6. ความเสมอภาค
  7. ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
  8. ภาระรับผิดชอบ
  9. วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์

ข้อสังเกตุ ไม่มีหลัก จริยธรรม เพราะอะไร ก็เพราะเราถือว่า จริยธรรม นั้นต้องมีอยู่ในใจ ในความคิด ของทุกคน (ซึ่งเราเกือบลืมไปแล้วว่ามันต้องอยู่สามัญสำนึกของทุกคน ไม่ใช่มีใน หนังสือ คำประกาศ ค่านิยม หรือ พรบ. )

อาจารย์เล่า เรื่องการบริหารงานบุคคล ไม่ว่าจะเป็น บริหาร คน ที่เป็นลูกน้อง หรือ หัวหน้า ไว้สนุกสนาน

  • Generation B:baby boom-พวกที่เกิด พ.ศ. 2489-2507 อายุ 44 - 62 ปี- be stable ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง อึด อดทน ต่องานที่ไม่ชอบได้ บ้างาน ไม่ทันสมัยต่อเทคโนโลยี่ใหม่ๆ (ไม่ชอบคอมพิวเตอร์)
  • Generation X:กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2508-2522 อายุ 29-43 ปี ลักษณะพฤติกรรมชอบอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการให้ความ สำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว (Work-life Balance) มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะรู้ทุกอย่างทำทุกอย่างได้เพียงลำพัง ไม่พึ่งพาใคร มีความคิดเปิดกว้าง พร้อมรับฟังข้อติติง เพื่อการปรับปรุงและ พัฒนาตนเอง

ไม่แปลกที่ชาว Baby Boom ผู้ไม่เคยเกี่ยงที่จะทำโอทีจนดึกดื่น แต่ชาว Generation–X ปฏิเสธการทำงานล่วงเวลา หรือลาออกไปหางานใหม่หน้าตาเฉยหากไม่พอใจ ทั้งนี้เพราะ Generation–X เชื่อว่างานไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต

  • Generation Y:be myself กลุ่มคนที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2523-2543 อายุ 8-28 ปี มีศักยภาพสูง โตมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี่ ไม่ชอบอยู่ในกรอบ และไม่ชอบเงื่อนไข คนกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนในการ ทำงานว่า สิ่งที่ทำมีผลต่อตนเองและต่อหน่วยงานอย่างไร อีกทั้งยังมีความ สามารถในการทำงานที่เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสาร และยังสามารถทำงานหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน
  • Generation Z: be difference ผู้ที่เกิดในช่วง พ.ศ. 2523 - 2537 ชอบความแตกต่าง ไม่เหมือนใคร คนในรุ่นนี้จะมีหลายชื่อเรียกเช่น Generation V ทีมาจากคำว่า virtual [9] หรือ Generation C ที่มาจากคำว่า community หรือ content หรือ Internet Generation หรือ Google Generation โดยที่คนในรุ่นนี้มีความผูกพันอยู่กับสื่อประเภทต่างๆ เช่น DVD, อินเตอร์เน็ต, MSN, โทรศัพท์มือถือ, SMS, เครื่องเล่น MP3 และ IPOD เป็นต้น คนในรุ่นนี้จะมีความคิดสร้างสรรมากกว่า Gen-X และ Gen-Y

ถึงตอนนี้ คงทำให้เราเข้าอกเข้าใจ หัวหน้า /ลูกน้อง และ เพื่อนร่วมงานมากขี้นนะคะ

  • อาจารย์พูดถึง ความแตกต่าง ระหว่าง Responsibility (ความรับผิดชอบตามหน้าที่) กับ Accountability (ความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ อันนี้มีน้อยลงในผู้คนปัจจุบันคะ)
  • ในการทำแผนปฎิบัติงานตาม GG(good governance) เราไม่จำเป็นต้อง ใช้ทั้ง 9 หลัก แต่ให้ดูว่าเกี่ยวกับเรื่องอะไร
  • ค่านิยม ขององค์กร ต้อง drive องค์กรให้ประสบความสำเร็จ บางตัวที่เราเขียน อาจเป็น competency วัฒนธรรม ไม่ใช่ค่านิยม และ ค่านิยมหลักไม่ต้องมีมาก เอาหลักๆ ก็พอที่เป็น core value ยกตัวอย่าง ค่านิยมของปูนซีเมนต์ " Quality & Fairness" (เขาคัดเลือกคนที่มีคุณภาพ สินค้ามีคุณภาพ และราคายุติธรรม)
  • ผู้นำ เป็น role model

* ต้องวางทิศทางและ ยุทธศาสตร์การทำงาน(ที่อยากให้ทำ แต่ยังไม่ได้ทำ)

* ออกแบบโครงสร้าง และระบบงาน

* สร้างวัฒนธรรมองค์การที่เอื้อต่อพฤติกรรมที่มุ่งสู่ความเป็นเลิค และประพฤติปฎิบัติตนอยู่ในความดีงาม

และยังมีอีกหลายๆเรื่อง เช่น วิสัยทัศน์ (*ดี *เก่ง-อาจารย์ให้ความหมายว่าทำงานได้หลากหลาย *มีส่วนร่วม *ทันต่อการเปลี่ยนแปลง) แนวคิด, CSR, นโยบายในด้านต่างๆ ,การนำนโยบายไปสู่การปฎิบัติ เป็นต้น

ช่วงเย็น เป็น Cowboy-girl party กินอาหาร ร้องเพลงคาราโอเกะ ชมการแสดงของcowboy

26 ก.พ. 5225

  • ช่วงเช้า มี workshop ทำแผนปฎิบัติการ 4 ด้าน ของหน่วยงานต่างๆ ใน สป. เสร็จสิ้น และเดินทางกลับ บ่ายสามโมงคะ ถึง กสธ. หกโมงเย็น อย่างปลอดภัย

2 วันนี้

  • ชอบการบรรยายของอาจารย์ ปานจิต มากที่สุด
  • ชื่นชม เป็นกำลังใจให้กับ ความตั้งใจของผู้จัด (พี่ไฝ และคณะ โดยเฉพาะ ผอ.กพร.สป. ที่อยู่ร่วมตลอดงาน)
  • รู้สึกว่าใช้เวลาไปกับการ สันทนาการมากไปหน่อย (แต่เป็นความตั้งใจดีของผู้จัด ) ถ้าปรับปรุงด้านนี้ ซักนิด จะทำให้การประชุมนี้มีประสิทธิผล และประสิทธิภาพมากขึ้นคะ
  • เรียนรู้ถึงความไม่แน่นอน ที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ สติ ปัญญา ต้องมีตลอดเวลา เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างเหมาะสม
  • ขอบคุณความตั้งใจ มุ่งมั่นของผู้จัด และผู้ร่วมประชุมทุกท่าน

สุวรรณา

ไม่มีความคิดเห็น: